ที่ระลึกถึงซัปโปโร #2
posted on 15 Nov 2009 10:38 by love30-7***คำเตือน : เจ้าของบล๊อกบ้านนอกและขี้เห่อ รุนแรง อย่าได้ถือสา
20 ตุลาคม 2552
_______________________________________________
ประมาณ ตีห้ากว่า ตามเวลาญี่ปุ่น (เร็วกว่าไทยไปสองชั่วโมง)
ฉันสะดุ้งตื่น เพราะแสงไฟบนเครื่องบินเปิดออก
แฮร์โฮสเตส เริ่มเดินแจกผ้าร้อน
เพื่อนฉันยังหลับอยู่(คงจะเหนื่อย)
ฉันเลยแค่วางผ้าร้อนไว้ บนที่วางถาดอาหารของเธอ
ฉันเอาผ้าร้อนมาเช็ดหน้าเช็ดตาเพื่อให้ตื่น
ผ้ามีกลิ่นหอมอ่อนๆของส้ม ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น
สักพัก อาหารเช้าก็มา
(ถ่ายรูปไว้เหมือนกัน แต่หายไปแล้ว)
ฟ้าเริ่มสาง แสงแดดอ่อนๆยามเช้า
มองทีไรก็มีความสุข
อีกไม่กี่ชั่วโมง
พวกเราก็จะถึงโตเกียวแล้ว
...
ประมาณแปดโมงกว่าๆ
พวกเรามาถึงสนามบินนาริตะ ที่โตเกียว
หลายคนขู่นักขู่หนา
ว่าสนามบินใหญ่มาก ระวังจะหลง
ให้เดินตามคนอื่นๆให้ทัน
เพราะเคยมีคนตกเครื่องมาแล้ว เพราะว่าหลงทั้งๆทีก็พูดภาษาญี่ปุ่นได้
ฉันเองก็หวั่นๆ
กลัวว่าจะตกเครื่อง
แต่ไม่เป็นไร เครื่องออกอีกทีก็ สิบเอ็ดโมง
มีเวลาให้หลงตั้งสามชั่วโมง... ^-^
พอลงเครื่อง พวกเราก็รีบๆเดินตามเค้าไป
เดินไปจนถึงที่เชคอินขาเข้า
ตอนนั้นคนโล่งมากเลย ชะล่าใจ
แวะเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า แปรงฟันก่อน
ออกมาอีกที
แถวยาวเหยียด คนเต็มไปหมด...
ก็ไปยืนต่อแถวอยู่กับชาวบ้านเค้า
นานทีเดียวกว่าจะถึงเรา
จากนั้น พวกเราก็ไปรับกระเป๋า
เอาไปโหลดไปที่ซัปโปโรต่อ
หลังจากนั้นก็หลงกันอยู่สักพัก เพราะหาที่เชคอินไม่เจอ
เอาเป็นว่า พวกเราเข้าใจผิด
เพราะมองไม่เห็นทางเดินที่เค้าบอกให้ไป
แล้วไปทางอื่นแทน
สุดท้าย ก็ต้องถามกับเจ้าหน้าที่แถวนั้น
จนในที่สุดพวกเราก็มานั่งรอเชคอินขึ้นเครื่องกัน
ที่จริงก็คือรอรถที่จะพาไปขึ้นเครื่อง
ถ่าย ระหว่างหลง
ภาพที่ถ่ายตอนรอ
เป็นภาพ ที่ส่องจากกระจกแถวๆที่นั่งอยู่
(เพื่อนเป็นคนถ่ายค่ะ ^^ ส่วนกล้องเรา ตอนนั้นอยู่ไหนไม่รู้)
สักพัก พนักงานก็เริ่มเปิดให้เชคอิน
เริ่มแรก เค้าให้ผู้สูงอายุ เด็ก คนที่มากับเด็กเล็ก และหญิงมีครรภ์ ไปก่อน
ตามด้วย first class business class และ economic class
(พวกเราก็อยู่ class ท้ายสุดน่ะแหละ)
ชอบจัง ให้ความสำคัญ กับเด็ก และคนชรา มากกว่า first class ซะอีก
บนเครื่อง...
เรากำลังจะไปซัปโปโรกันแล้วน๊าาาา
ลาก่อนโตเกียว (ได้อยู่แค่สองชั่วโมงเอง) TT
จุดหมายต่อไปคือสนามบิน ชิโตเซะ
คราวนี้เป็นเครื่องบินลำเล็ก
คุณเพื่อนเมาเครื่องใหญ่เลย..
พอถึงซัปโปโร ..ประมาณบ่ายสามกว่า
พวกเราก็ไปรอรับกระเป๋ากัน
แล้วก็ชะเง้อชะแง้หา โอโต้ซัง(คุณพ่อ) ซึ่งเป็นคนที่เราจะไปพักอยู่ด้วย
โอโต้ซัง(ชื่อจริงคือมิซึนางะซัง) มากับเพื่อนอีกสองคน
คือ โนบุตะซัง(พูดไทยได้) และโอริตะซัง
หลังจากรับกระเป๋าเสร็จ ระหว่างเดินไปที่รถก็คุยกันไปนิดหน่อย
ฉันก็เริ่มเข้าสู่โหมดอึ้งกิมกี่
เฮียทั้งหลายพูดเร็วมาก ประหนึ่งว่าอิฉันโปรภาษาญี่ปุ่นแล้ว
เพื่อนเรา พอจะรู้เรื่องบ้าง พอฟังทัน แต่อีนี่แทบไม่รู้เรื่องเลย
โนบุตะซังเลยคุยเป็นภาษาไทยให้
และทุกคนก็เริ่มพูดช้าลง(ค่อยรู้เรื่องบ้าง...นิดหน่อย)
วันนี้บรรยากาศอึมครึมชะมัด
หนาว ลมแรง..
ระหว่างทางกลับบ้าน ก็ตื่นตาตื่นใจกับ
อีกาตัวใหญ่(เท่าไก่) และ ต้นไม้ที่กำลังผลัดใบ
...จำได้ว่าวันนั้นประพฤติตน บ้านนอกมาก =_=
ชอบอีกาจัง ตัวใหญ่มาก สวย...
แต่ก็น่ากลัว(มีความหลังฝังใจ กลัวนก)
ที่นี่อีกาบินว่อนเลย
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติของที่นี่
คงคล้ายกับที่บ้านเราชอบมีนกพิราบ กับนกกระจอกบินไปบินมา น่ะล่ะ
พอถึงที่บ้าน
ตอนนั้น โอก้าซัง(คุณแม่)กำลังคุยอยู่กับเพื่อน
สวัสดีอะไรกันเสร็จเค้าก็แนะนำพวกเรากับเพื่อนเค้า
(she ดูตื่นตาตื่นใจมากที่รู้ว่าเราเป็นคนไทย)
..พอรู้ว่าเราพอจะรู้เรื่องภาษาญี่ปุ่นบ้างเท่านั้นแหละ
ก็รัวใส่ซะ.....(ได้แต่ผงกหัว พอไม่รู้เรื่องก็ ห๊ะ...อีกทีได้มั้ยคะ ตลอดเลยฉัน )
เค้าให้ช็อกโกแลตเรามาคนละห่อ เป็นไส้แอปเปิ้ล กับ ลูกแพร์
...เอาเก็บไว้ เดี๋ยวเอาไปฝากเพื่อนที่ไทย
จากนั้นโอก้าซังกับเพื่อนก็ทำโซบะมาให้พวกเราทานกัน
โซบะร้อนๆ อร่อยชะมัด
อิ่มมากก
แต่หลังจากโซ้ยโซบะไป ก็มีผลไม้
สาลี่!!! ลูกใหญ่ๆ หวานๆ
โซ้ยเรียบ
...นึกว่าหมดแล้ว
มีสปาเก็ตตี้ต่อ...
ฮือ อิ่มชะมัดเลย...(แต่ก็กินเข้าไป กลัวเสียมารยาท)
แล้วก็นั่งๆคุยกันไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เพื่อนจะคุย
ฉันก็พยายามฟัง...พยายามฟังให้ออก ...
...ยังรู้สึกมึนงงเช่นเคย
แต่ก็แถไปเรื่อยๆ เดาๆเอา ถ้าไม่แน่ใจก็ถามอีกครั้ง
ถ้าเรายังไม่รู้เรื่องอีก เค้าก็จะเอาดิกชันนารีมาเปิดให้ดู
(555 เหนื่อยมั้ยคะอยู่กับหนู)
พอเริ่มมืด
...ที่นี่ห้าโมงก็มืดแล้ว
โนบุตะซัง กับโอริตะซังก็ลากลับ
พวกเราก็ไปเก็บของ
ซักพักโอก้าซังเรียกกินข้าวเย็น
...ยังอิ่มอยู่เลยอ่ะ...
แต่ก็ต้องไปกินใช่มั้ย Y^Y
....แต่กูก็กินจนหมด...
นี่ขนาดอิ่มอยู่นะ
วันนั้นที่ทานไปเป็นสลัดซะส่วนใหญ่
...ผักอร่อยดี
ลืมบอก.. ผักที่นี่ ใหญ่มาาาากกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!
...สงสัยมานี่จะโดนขุนซะล่ะมั้งชั้น... -_-'